เศร้า! ญี่ปุ่นมีผู้เคราะห์ร้ายจากเกม Pokemon GO เพิ่มขึ้นอีกราย

Pokemon GO

ญี่ปุ่นรายงานข่าวพบผู้เสียชีวิตรายที่สอง จากสาเหตุที่มีคนเล่นเกม Pokemon GO ขณะขับรถ ที่เมืองคาซุงาอิ จังหวัดไอชิ ผู้เคราะห์ร้ายเป็นหญิงชาวเวียดนามวัย 29 ปี ถูกรถชนในขณะที่เธอกำลังข้ามถนนระหว่างที่ขี่จักรยานอยู่

ที่เป็นผู้เคราะห์ร้ายรายที่สองในรอบสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็มีคุณยายวัย 72 ปี เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุผู้เล่นเกม Pokemon GO ขณะขับรถชนเอา แต่จริงๆแล้ว ต้องนับว่าเหตุการณ์นี้เกิดก่อนเหตุการณ์ของคุณยายวัย 72 ปีอีก เพราะหญิงเวียดนามถูกชนตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมาแล้ว โดยตอนที่ถูกชนยังไม่เสียชีวิตและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทว่าก็อยู่ในสภาพสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ตามรายงานจาก TBS News

ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ เป็นชายวัย 26 ปี จากการสอบสวนเขาสารภาพว่าเล่นเกม Pokemon GOในขณะขับรถ แต่เขาเล่นก่อนเกิดเหตุ จากนั้นเขาก็เลิกเล่นเพราะแบตเตอรี่หมด ซึ่งในขณะที่เขากำลังเอามือถือชาร์จไฟนั่นเองเขาก็เลยไม่ได้มองทางจึงเกิดเหตุขึ้น

การทางญี่ปุ่นและในเกม Pokemon GO ใส่ใจกับปัญหาการเล่นเกม Pokemon GO ในขณะขับรถมาก แต่ไม่ว่าจะเตือนแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเกิดเหตุสลดขึ้นอยู่ดี

ค่าพลัง Stat ในเกมค่าไหน ได้รับความนิยมมากที่สุดและน้อยที่สุด

Diablo

ในหลายๆเกมโดยเฉพาะเกมแนว RPG มักจะต้องมี Attributes ค่าพลังความสามารถของตัวละคร หรือที่เกมเมอร์ไทยมักเรียกกันว่า Stat เป็นตัวกำหนดระดับความเก่งของตัวละคร ซึ่งบางเกมก็จะสุ่มเพิ่มค่าพลังต่างๆให้เมื่อเลเวลอัพ บางเกมก็เพิ่มให้แบบตายตัว แต่บางเกมก็จะเพิ่มมาเป็นแต้ม Points ให้ผู้เล่นเลือกเพิ่มกันเอง อย่างเช่นพวกเกมออนไลน์ MMORPG ทั้งหลาย

ค่าพลังทั้งหลายก็มีการเลือกใช้คำต่างๆกันไป บางค่าพลังคนละเกมใช้ต่างกันแต่มีผลเหมือนหรือคล้ายกัน ซึ่งได้มีการสำรวจจัดอันดับจากคนเล่นเกมว่าค่าพลังไหน ที่คนนิยมกดอัพมากที่สุด และค่าพลังไหนคนนิยมกดอัพน้อยที่สุด โดยเรียงจากน้อยไปมากดังนี้

Diablo

17. Luck ค่าโชค มักเป็นค่าเพิ่มอัตราการโจมตีคริติคอล และอัตราดรอปไอเทม (บางเกม)

16. Empathy ค่าการเอาใจใส่ ค่านี้ไม่ค่อยเห็นในเกมทั่วไป

15. Piety ค่าความศรัทธา บางเกมก็ใช้ค่า Faith

14. Alertness ค่าความตื่นตัว ค่านี้ก็พบเห็นไม่เยอะ

13. Willpower ค่าความมุ่งมั่น กำลังใจ ค่านี้มักเกี่ยวกับจิตหรือการใช้พลังเวทย์

12. Charm ค่าเสน่ห์ เป็นค่าที่ใช้ส่งผลเวลาใช้ดีบัพของบางเกม

11. Magic ค่าพลังเวทย์ บางเกมก็ใช้เพิ่มค่า MP บางเกมก็ใช้เพิ่มความแรงของเวทย์

10. Charisma ค่าเสน่ห์ในอีกชื่อ เป็นค่าที่ใช้ดึงดูดความสนใจ

9. Quickness ความรวดเร็ว บางเกมใช้ชื่อนี้ในการเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่หรือความเร็วตอนโจมตี

8. Stamina ค่าความแข็งแกร่ง แต่มักใช้กับความอึด เพิ่มความอึดให้วิ่งได้นานขึ้น โจมตีบ่อยขึ้น

7. Intellect ค่าปัญญา หลายเกมใช้ค่านี้ส่งผลต่อพลังโจมตีเวทย์ หรือพลังจิต

6. Vitality ค่ากำลังกาย พลังชีวิต ส่วนมากกดค่านี้เพิ่มพลัง HP และพลังป้องกัน

5. Agility ค่าความคล่องแคล่ว เช่นเดียวกับค่า Quickness คือเพิ่มความเร็ว และเพิ่มอัตราหลบหลีก

4. Wisdom ค่าปัญญาเหมือน Intellect แค่ใช้ศัพท์ต่างกัน ส่วนมากเกมตะวันตกมักใช้คำนี้

3. Dexterity แปลได้ทั้งค่าความชำนาญ และค่าความคล่องแคล่ว บางเกมจะใช้ค่านี้เพิ่มทั้งความแม่นยำและความเร็ว รวมถึงการหลบหลีก

2. Strength ค่ามาตรฐานที่หมายถึงพลังโจมตีในทุกๆเกม อยากอัดแรงๆก็ค่านี้ไปเลย

1. Constitution ค่าสภาพร่างกาย คล้ายๆกับ Vitality คือเพิ่มพลัง HP และพลังป้องกัน ส่วนมากเกมตะวันตกมักใช้คำนี้

แต่อย่างไรก็ตามการอัพค่าพลังแต่ละชนิด ก็ขึ้นกับคลาสอาชีพที่เกมเมอร์เลือกเล่นอยู่ดี ดังนั้นจากการสำรวจจัดอันดับของเกมเมอร์ฝรั่งนี้ เราจึงเห็นได้ว่าฝรั่งมักชอบเล่นคลาสพวกนักรบสายอึดทึกกัน มากกว่าพวกสายความเร็วหรือนักเวทย์ แต่่ที่ชัวร์อีกอย่างคือ ค่า Luck นี่เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆหรือพวกสายอินดี้เขาอัพกัน

“เจ๋ง BIG ASS” โดนเสน่ห์สาวปริมมี่ ใน“guไม่ru” สุดจัดจ้าน!

มาแล้ว!! ชาวร็อก!! ได้เวลามันส์กันซะทีเพราะ 5 หนุ่ม เจ๋ง , อ๊อฟ , กบ , หมู , โอ๊ค วง BIG ASS ค่าย genie records มาชวนทุกคนมาโยกกับซิงเกิ้ลที่ 4 จากอัลบั้ม The Lion ที่มีชื่อกวน ๆ ว่า “guไม่ru” ในเมื่อสิ่งที่เธอทำมันทำให้ฉันสับสนว่าตกลงเธอคิดยังไงกันแน่ ก็เลยกลายเป็น guไม่ru แถมมิวสิกวิดิโอเพลงนี้ หนุ่มเจ๋ง – เดชา โคนาโล นักร้องนำ รับเบิ้ล 2 จ็อบ เป็นทั้งนักร้องและนักแสดงด้วย

เจ๋ง เล่าว่า…ทุกคนจะเข้าใจว่า guru คือผู้ที่รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆใช่ไหมครับ แต่เพลง guไม่ru เป็นกรรเล่นคำ ล้อเลียนคำว่ากูรู เนื้อเพลงพูดถึงผู้ชายที่มีใจให้ผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดมาก ๆ คนนึง แต่ผู้หญิงเค้าคิดยังไงกับตัวเองก็ไม่รู้ คือผู้หญิงก็ทีเล่นทีจริงกับเราแล้วก็กับคนอื่นด้วย เป็นเพลงสนุก ๆ นะครับ ตอนร้องผมก็โยกไปด้วย ตั้งแต่ปล่อยเพลงในอัลบั้ม The Lion มา เพลงนี้เป็นเพลงเร็วเพลงแรกเลย อยากให้มีเพลงที่เต้นตามได้

มิวสิกวิดีโอจะต่างจากที่ วงบิ๊กแอสเคยทำมา จะมีสีสันจัดจ้านมาขึ้นคล้าย ๆ วิดีโอแฟชั่น เพราะได้ พี่เชน – คเชนทร์ วงศ์แหลมทอง ช่างภาพของนิตยสาร อะเดย์ , แฮมเบอร์เกอร์ มากำกับให้ ซึ่งเจ๋งมีส่วนร่วมมากขึ้นนอกจากร้องซิงค์แบนด์ เพราะเพลงนี้มีเส้นเรื่องที่ต้องเล่นเองด้วย แต่ก็ไม่เยอะที่สำคัญคือไม่ต้องพูดก็เลยไม่ยากมาก

ได้ น้อง ปริมมี่ – วิภาวีร์ พัทธ์ณศิริ นางเอกมิวสิกวิดิโอเพลงนี้เค้าช่วยส่งอารมณ์ อย่างฉากห้องคาราโอเกะ เจ๋งต้องแย่งไมค์กับนางเอกแล้ว จ้องตากัน หน้าห่างกันนิดเดียว คือเหมือนผมจะถามเค้าว่าคิดยังไง แต่เจ๋งก็ต้องร้องเพลงด้วย เลยต้องใช้สายตาสื่อสารแทน

ซึ่งเจ๋งบอกว่าโดนหลายเทคเหมือนกัน แต่พอผ่านแล้วก็โล่ง และมีฉากที่ต้องขับรถพานางเอกเที่ยว ซีนนี้หนักใจเพราะเป็นรถเปิดประทุนพวงมาลัยซ้ายที่ไม่ถนัด ตอนร้องไป ขับรถไปต้องระวังสุด ๆ โดยตอนนี้เอ็มวีถ่ายเสร็จแล้วพร้อมออนแอร์ วันพุธที่ 31 สิงหาคม นี้ มาดูมาฟัง เพลงสนุก โยกตามได้ ไม่เครียด จะถูกใจชาวร็อกหรือไม่ต้องติดตาม

Ellie Goulding โชว์เสียงใสกับภาพสวยๆ ในเอ็มวี “Still Falling For You”

หลังจากปล่อยเพลงออกมา 1 อาทิตย์เต็มๆ แฟนๆ ที่อยากดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ก็ร้องเฮกันได้เลย เพราะสาว Ellie Goulding  ได้คิวปล่อยมิวสิควีดิโอ “Still Falling For You” เพลงเพราะๆประกอบภาพยนตร์ Bridget Jones’s Baby เป็นที่เรียบร้อย จังหวะดนตรีป็อบอิเล็กทรอนิกส์ บวกับเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของนักร้องป๊อปซูเปอร์สตาร์ระดับโลกคนนี้ รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตประจำปีนี้แน่นอน

คลิกเพื่อชมมิวสิควิดีโอ Ellie Goulding – Still Falling For You

“Still Falling For You” เป็นซิงเกิ้ลล่าสุดหลังจากสาว Ellie Goulding ออกอัลบั้มชุดที่สาม “Delirium” ที่มีเพลงฮ็อตอย่าง “On My Mind” “Army” และ “Something In The Way You Move” และหากใครยังจำกันได้ เพลงแจ้งเกิดของเธออย่าง “Burn” และ “How Long Will I Love You” ก็ยังเป็นเพลงที่เปิดเมื่อไร พวกเราก็ร้องตามกันได้ทั้งนั้น จึงทำให้เธอได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป รวมทั้งเทศกาลดนตรีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Coachella, Glastonbury และ Lollapalooza

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL2pvLzAvdWQvNDc2LzIzODA0NzMvdGh1bWIuanBn

นอกจากนี้ Still Falling For You” เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงที่ 2 ที่เธอร้องเอาไว้ หลังจากทำให้เพลง “Love Me Like You Do” จากภาพยนตร์โรแมนติกดราม่า 18+ อย่าง Fifty Shades of Grey โด่งดังไม่แพ้ตัวภาพยนตร์เองมาแล้ว

สำหรับภาพยนตร์อารมณ์ดี Bridget Jones’s Baby นี้ ได้ Renée Zellweger กับ Colin Firth กลับมาพบกันอีกเช่นเคย พ่วงด้วยหนุ่มหล่อสมาร์ท Patrick Dempsey ที่จะมาสร้างสีสันให้กับภาคต่อภาคนี้ กับความอลหม่านปนน่ารักในสไตล์สาว Bridget Jones ใครที่คิดถึงสาวอังกฤษช่างจ้อคนนี้  22 กันยายน 2559 ไปเจอกับเธอได้ทุกโรงภาพยนตร์

Story : Bella Luna

ตรวจเลือด หามะเร็งได้จริงหรือ?

ตรวจเลือด หามะเร็งได้จริงหรือ?

ผศ.พญ.ศันสนีย์  เสนะวงษ์
ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

ในทุกวันนี้ เรามักจะได้ยินกันว่าการตรวจสุขภาพประจำปีของโปรแกรมต่างๆ จะมีการตรวจเลือดหามะเร็งกันเป็นประจำ  และนอกจากนี้ บางครั้ง เวลาที่มีความผิดปกติ เช่น เลือดออก หรือมีก้อน และสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่ ผู้คนส่วนใหญ่มักจะถามแพทย์ที่ดูแลว่าตรวจเลือดดูว่าเป็นมะเร็งได้หรือไม่ เพราะดูเหมือนจะเป็นวิธีการที่น่าจะสะดวก หรือ เจ็บตัวน้อยที่สุด … ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถตรวจเลือดหามะเร็งได้หรือไม่?

ตรวจเลือดหามะเร็ง  เขาตรวจหาอะไรกัน

การตรวจเลือดชนิดต่างๆ เพื่อหามะเร็ง เช่น ตรวจ CEA, PSA, CA 15-3, Alpha-fetoprotein (AFP) ฯลฯ  ที่เราได้ยินจากโปรแกรมการตรวจเลือดต่างๆนั้น เป็นการตรวจหา Tumor marker (สารบ่งชี้มะเร็ง)

 

Tumor markers (สารบ่งชี้มะเร็ง) คืออะไร

ในภาวะที่เซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นมะเร็ง กลไกควบคุมการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์จะเสียไป  ทำให้เซลล์นั้นๆแบ่งตัวเพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ และเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมภายในเซลล์ เป็นผลให้มีการสร้างสารแอนติเจน หรือสาร macromolecule อื่นๆ เช่น ฮอร์โมน หรือ เอ็นซัมย์ ที่ไม่เหมือนเซลล์ปกติ แอนติเจนเหล่านี้นอกจากจะพบอยู่ภายในเซลล์และบนผิวของเซลล์แล้ว  เซลล์มะเร็งยังสามารถปลดปล่อยสารดังกล่าวออกสู่กระแสเลือด หรือสารคัดหลั่ง (biological fluid) อื่นๆ ได้อีกด้วย  ซึ่งสารต่างๆ ที่เกิดจากเซลล์มะเร็งเหล่านี้ รวมเรียกว่าเป็น  tumor marker หรือ สารบ่งชี้มะเร็ง     สารเหล่านี้สามารถตรวจหาได้จากเลือด หรือ สารคัดหลั่ง เช่น น้ำในช่องท้อง (ascetic fluid) น้ำในช่องปอด (pleural fluid)ของผู้ป่วยรายนั้นๆ ด้วยการใช้วิธีการทางห้องปฏิบัติการที่มีความไวสูงพอ

 

โดยทั่วไป แอนติเจนหรือสารที่สร้างโดยเซลล์มะเร็งนี้ อาจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ

1. Tumor-specific antigen (TSA): แอนติเจนเฉพาะกับมะเร็ง พบเฉพาะในเซลล์มะเร็งเท่านั้น ไม่พบในเซลล์ปกติ แต่มักเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการตอบสนองและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่ำ  ทำให้ตรวจหาทางห้องปฏิบัติการได้ยากมาก

2. Tumor-associated antigen (TAA): แอนติเจนที่เกี่ยวกับมะเร็ง อาจพบได้ทั้งในเซลล์มะเร็ง และเซลล์ปกติในบางระยะของพัฒนาการ  ซึ่งในคนทั่วไป ก็อาจพบได้ เนื่องจากสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) ที่มีการตรวจในทางคลินิกในปัจจุบัน เป็นสารในกลุ่ม tumor-associated antigen ทั้งสิ้น ดังนั้นประเด็นสำคัญที่ต้องทราบ คือ Tumor marker ไม่มีความจำเพาะต่อมะเร็ง

ประเด็นควรรู้เกี่ยวกับสารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker)

อาจตรวจพบระดับ tumor marker ในปริมาณต่ำๆ ได้ในคนปกติ และ/หรือ ผู้ป่วยที่มีการอักเสบ และ/หรือ มีพยาธิสภาพอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง (benign disease) ของอวัยวะที่เป็นแหล่งสร้าง tumor marker นั้นๆ

การตรวจพบระดับ tumor marker สูงกว่าปกติเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยรายนั้นเป็นมะเร็งอย่างแน่นอน  แต่จำเป็นต้องพิจารณาร่วมไปกับผลการตรวจทางคลินิกและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ การตรวจซ้ำเป็นระยะ (follow up) เป็นสิ่งจำเป็น  เพื่อศึกษาดูว่าระดับของ tumor marker ดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นเช่นไร ถ้าตรวจซ้ำแล้วพบว่าระดับ tumor marker สูงขึ้นเป็นลำดับ จะเป็นเครื่องชี้แนะให้สงสัยโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น  แต่ถ้าตรวจซ้ำแล้วระดับลดลง  น่าจะบ่งชี้ว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง

ระดับ tumor marker ที่ตรวจวัดด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน และ/หรือ ใช้วิธีการเดียวกันแต่ใช้ชุดน้ำยาตรวจ (diagnostic test kit) ต่างกัน อาจให้ค่าที่มีความแตกต่างกันได้ ดังนั้น การติดตามผลการทดสอบ (follow up) ควรพิจารณาจากผลการตรวจของห้องปฏิบัติการเดียวกันทุกครั้ง

ประโยชน์ของสารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ในทางคลินิก

1. ช่วยวินิจฉัยโรคมะเร็ง โดยต้องพิจารณาร่วมไปกับประวัติ, การตรวจร่างกาย, การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  และการตรวจทางการแพทย์อื่นๆ เช่น  X-ray, ultrasoundเป็นต้น

การตรวจพบระดับ tumor maker สูงกว่าปกติเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งได้  แต่หากตรวจติดตามระดับของ tumor marker เป็นระยะๆ ต่อไป และพบว่าระดับ tumor marker  มีค่าสูงขึ้นเป็นลำดับ แสดงว่าน่าสงสัยว่าจะเป็นโรคมะเร็ง

แต่ถึงแม้ตรวจ tumor marker แล้วพบว่าระดับอยู่ในเกณฑ์ปกติ  ก็ไม่ได้ยืนยันแน่นอนว่าบุคคลผู้นั้นไม่ได้เป็นมะเร็ง  เนื่องจากระดับ tumor marker มักจะสัมพันธ์กับขนาดหรือระยะของโรคมะเร็ง  ดังนั้นผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มแรก จึงยังอาจพบระดับ tumor marker ปกติได้

2. ช่วยตรวจกรอง (screening) โรคมะเร็งบางชนิดในคนที่มีความเสี่ยงสูง      ในปัจจุบันมี tumor marker เพียง 2 ชนิดเท่านั้น ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถใช้ตรวจกรองโรคมะเร็งในคนที่มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิดสูงได้  ได้แก่  Alpha-fetoprotein (AFP) ในคนที่เป็นตับอักเสบเรื้อรัง (chronic hepatitis), hepatitis B carrier, ตับแข็ง (cirrhosis)  เพื่อตรวจกรองภาวะมะเร็งตับ  และ Prostate specific antigen (PSA) ในผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป  โดยเฉพาะในรายที่มีปัญหาปัสสาวะลำบาก  เพื่อตรวจกรองภาวะมะเร็งต่อมลูกหมาก

3. ใช้ติดตามผลการรักษาและการกลับเป็นซ้ำของโรคมะเร็ง    เป็นประโยชน์ที่นิยมใช้มากที่สุดของ tumor marker ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยผู้ป่วยมะเร็งที่ตรวจพบว่ามีระดับtumor marker สูงตั้งแต่เมื่อแรกวินิจฉัย   หลังจากได้รับการรักษาแล้ว  ระดับ tumor marker ที่เคยสูงอยู่เดิม ควรค่อยๆ ลดลงมาจนถึงระดับปกติ  แต่ถ้าระดับ tumor marker ที่เคยลดลงหลังการรักษา กลับมีค่าสูงขึ้นเป็นลำดับอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง  แสดงว่าน่าจะมีการกลับเป็นใหม่ของโรคมะเร็ง โดยการเปลี่ยนแปลงของระดับ tumor marker ที่ขึ้นสูงภายหลังการรักษา มักตรวจพบได้ก่อนที่จะตรวจพบอาการแสดงทางคลินิก เฉลี่ยประมาณ  2-6  เดือน

4. พยากรณ์โรค เนื่องจากระดับ tumor marker จะแปรผันตามระยะของโรคมะเร็ง  ดังนั้นถ้าตรวจพบระดับ tumor marker สูงมาก  แสดงว่ามะเร็งน่าจะมีขนาดใหญ่ หรือมีการแพร่กระจายแล้ว

5. อาจนำไปใช้ช่วยในการเลือกวิธีการรักษาโรคมะเร็ง เช่น การตรวจหา estrogen receptor และ progesterone receptor ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม  เพื่อเลือกที่จะให้การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน เป็นต้น

สารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ที่ตรวจกันบ่อยๆ ได้แก่

Alpha-fetoprotein (AFP)

Carcinoembryonic antigen (CEA)

Prostate specific antigen (PSA)

CA 125

CA 19-9

CA 15-3

Beta-human chorionic gonadotropin (beta-HCG)

Neuron-specific enolase (NSE)

สรุป

การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง หรือ tumor marker จากเลือด เป็นการตรวจหาสารที่ผลิตจากเซลล์มะเร็ง  ซึ่งอาจมีความแม่นยำไม่สูงมากนัก  แต่สามารถช่วยแพทย์ได้ในการตรวจหามะเร็งบางกรณี หากพบมีการเปลี่ยนแปลงระดับต่อเนื่องในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง  หรืออาจใช้ช่วยติดตามการรักษา  หรือบอกการพยากรณ์โรคได้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดของ tumor marker ชนิดต่างๆ ได้จากบทความ สารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ที่ควรรู้จัก

10 ประโยชน์ดีๆ ของ “ถั่งเช่า” ต้านมะเร็ง-ลดไขมัน-เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

10 ประโยชน์ดีๆ ของ “ถั่งเช่า” ต้านมะเร็ง-ลดไขมัน-เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

หากพูดถึง “ถั่งเช่า” หลายคนอาจนึกถึงสมุนไรที่ดูออกจีนๆ และมีราคาแพงหูฉี่ชนิดที่เราๆ คนบ้านๆ อาจหาทานไม่ได้ จริงๆ แล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจแหละค่ะ ว่าถั่งเช่าเป็นสมุนไพรจีน เป็นเห็ดราชนิดหนึ่งที่ขึ้นในฤดูหนาว และเป็นปรสิตที่อาศัยอยู่ในตัวอ่อนของหนอนชนิดหนึ่ง เมื่อหนอนตายในฤดูร้อน เห็ดราก็จะงอกออกมาจากตัวหนอน ในส่วนของหัวหนอนนี่แหละ ที่เราเรียกว่า “ถั่งเช่า”

ถั่งเช่า ขึ้นชื่อว่าเป็นสมุนไพรจีนที่มีราคาสูงมาก ราคาขีดละเกือบ 10,000 บาท หรืออาจะแพงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของถั่งเช่า แต่ในปัจจุบันหากใครอยากบำรุงร่างกายด้วยราคาเบาๆ แต่ยังได้ประโยชน์จากถั่งเช่าอยู่บ้าง ก็มี “ดอกถั่งเช่า” ที่มาในลักษณะของดอกถั่งเช่าอบแห้ง ราคาจะถูกกว่ากันมาก วิธีทานแค่นำไปต้มรวมกับน้ำซุปในแกงจืด หรือตุ๋นกับเนื้อหมู เนื้อไก่ เหมือนเป็นสมุนไพรจีนอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง บางสูตรอาจใช้ชงดื่มเป็นชาได้ด้วย

 

10 ประโยชน์ดีๆ ที่คุณอาจไม่รู้ของ “ถั่งเช่า”

1. ต่อต้าน และยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็ง และเนื้องอก

2. ลดผลข้างเคียงในการรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัด

3. ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด

4. รักษาสมดุลของประสาท ฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

5. ฟื้นฟูระบบการทำงานของไตให้ดียิ่งขึ้น

6. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศสำหรับผู้ชาย

7. เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดียิ่งขึ้น

8. ลดความดันโลหิต

9. บำรุงโลหิต ลดการเกิดภาวะโลหิตจาง

10. ต้านอาการอักเสบในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

เห็นสรรพคุณดีขนาดนี้ อย่าเพิ่งวิ่งไปหาซื้อมาทานโดยไม่ได้สำรวจร่างกายตัวเองก่อนนะคะ เพราะยังมีบางคนที่ไม่เหมาะกับการทานถั่งเช่าอยู่บ้าง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่กำลังรับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เพราะถั่งเช่ามีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจเสริมกับฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะที่กำลังทานอยู่ จนให้ผลมากเกินไปกับร่างกาย จนเกิดเป็นอันตรายได้

จำง่ายๆ ว่า การใช้สมุนไพรในการรักษาอาการต่างๆ อาจไม่สามารถใช้ควบคู่ไปกับยาปฏิชีวนะที่เราอาจกำลังทานจากแพทย์อยู่ เพราะอาจเข้าไปเสริมฤทธิ์ในการรักษามากจนเกินไปนั่นเอง ทางที่ดีหากผู้ป่วยท่านไหนอยากทานยา ควบคู่ไปกับสมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษาเราอย่างใกล้ชิดอีกครั้งค่ะ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยรองศาสตราจารย์ ดร.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ และ ธิดารัตน์ จันทร์ดอน สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาพประกอบจาก istockphoto

คนดูหลักล้าน ปิกาจู เวอร์ชั่น เบอร์รี่หญิง 1 นาทีละลาย หนุ่มๆ ทั่วประเทศ

คนดูหลักล้าน ปิกาจู เวอร์ชั่น เบอร์รี่หญิง 1 นาทีละลาย หนุ่มๆ ทั่วประเทศ

คนดูหลักล้าน ปิกาจู เวอร์ชั่น เบอร์รี่หญิง 1 นาทีละลาย หนุ่มๆ ทั่วประเทศ

เน็ตไอดอลน่ารักปนเซ็กซี่ น้องหญิง จุฑารัตน์ ทวนทอง เจ้าของคลิปสไลว์ที่มียอดวิวหลายล้านครั้งเมื่อช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดเธอปล่อยคลิปใหม่ออกมาอีกแล้ว โดยแต่งตัวเป็นปิกาจู เดินเล่น ใสๆ ภายในบ้าน งานนี้เชื่อไหมครับคลิปแค่ 1 นาที แต่มีคนดูแล้วหลายล้านครั้ง งานนี้บอกได้คำเดียวว่าน้องหญิงละลายหนุ่มๆ ได้เกือบทุกคลิปเลย

สำหรับน้องหญิงเกิดและเต็บโตที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยตัวเธอเองนั้นตอนนี้อายุ 24 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด นอกจากเป็นสาวน้อยน่ารักเธอยังเป็นเจ้าของตำแหน่งดาวสาขาของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

น่ารักขนาดนี้ก็ไม่แปลกใจอ่ะครับ ที่จะมีคนไปดูคลิปถล่มทลายโดยเฉพาะหนุ่มๆ

13442294_1169850389733166_5480642290873850282_n

จุมพจน์ เชื้อสาย…ชายผู้เดินไปเคาะประตูสู่ความสำเร็จ!

จุมพจน์ เชื้อสาย…ชายผู้เดินไปเคาะประตูสู่ความสำเร็จ!

จุมพจน์ เชื้อสาย…ชายผู้เดินไปเคาะประตูสู่ความสำเร็จ!

เรื่อง พีรภัทร โพธิสารัตนะ www.facebook.com/peerapat.secret ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี

จุมพจน์ เชื้อสาย คือใคร

หากอธิบายแบบรวบรัด เขาคือผู้ชายวัยห้าสิบกว่าที่เติบโตมาจากครอบครัวธรรมดาในอำเภอหาดใหญ่ ก่อนที่ความมุ่งมั่นจะพาเขาบินไปไกลแสนไกล และมีชีวิตอย่างที่คนธรรมดาทั่วไป…ไม่น่าจะมีได้

เขาเรียนจบรัฐศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา และเคยทำงานในองค์กรระดับโลกอย่างสหประชาชาติ

เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมาย อาทิเป็นกรรมการบริหารของ S & P Global เปิดบริษัทพัฒนาบุคลากร Leadership Management International (LMI) ในแผ่นดินเกิด

เขาเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้ถือครองชาโต (Cháteau) ปราสาทโบราณสมัยศตวรรษที่ 13 ในประเทศฝรั่งเศส

เขาเคยเดินเท้า 1 ล้านก้าวข้ามพรมแดนประเทศฝรั่งเศสไปยังประเทศสเปน ท่ามกลางอากาศแห้งแล้งและเหน็บหนาวเพียงลำพังเพื่อระดมเงินทุนช่วยการกุศล!

และเขากำลังจะเปิดเผย “เส้นทางชีวิตที่ไม่ธรรมดา” กับ Secret

เล่าเรื่องการเดินเท้าข้ามพรมแดนฝรั่งเศสไปสเปนให้ฟังหน่อยสิครับ

เดิมทีผมไม่ได้คิดว่าจะเดินเท้าในลักษณะนั้น แต่บังเอิญได้โทรศัพท์คุยกับเพื่อนผู้หญิงชาวดัตช์คนหนึ่งซึ่งอยู่ที่ฝรั่งเศสเธอบอกว่า “ฉันกำลังจะเดินเท้าไปสเปนทางซานเตียโกเดกอมโปสเตลา ใช้เวลาเดิน 2 เดือน” คืนนั้นผมไปเสิร์ชหาข้อมูลเลยรู้ว่าเส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางจาริกแสวงบุญของผู้นับถือศาสนาคริสต์จากประเทศต่าง ๆเป็นล้านคน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมาบางคนเดินจากเยอรมนี ฟินแลนด์ เนเธอร์-แลนด์ หรือออสเตรีย เดินกันเป็นปีเพื่อไปสักการะนักบุญเซนต์เจมส์ที่แซนดีเอโก

ตอนนั้นผมอายุ 50 ปีพอดี มีความรู้สึกว่าเราเองก็อยู่มาครึ่งศตวรรษแล้วน่าจะทำสิ่งที่ท้าทายตัวเองบ้าง อีกอย่างหนึ่งตอนนั้นคุณพ่อผมเพิ่งเสียไป เลยอยากทำอะไรเพื่อเป็นการเตือนตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือ งานที่ผมทำอยู่คือการสร้างแรงจูงใจให้ผู้คน ผมจึงต้องสร้างให้กับตัวเองก่อนก็เลยตัดสินใจว่าจะออกเดิน เพื่อพิสูจน์ว่าคนเราไม่มีข้อจำกัด ถ้ามีใจอยากจะทำ

การเตรียมตัวเรื่องกายภาพไม่ยากเท่าไหร่ แต่เรื่องจิตใจนี่สำคัญมาก ต้องไม่กลัว ไม่ดูถูกตัวเอง ต้องเชื่อว่าตัวเองทำได้ ผมแบกเป้เดินคนเดียวจากชายแดนฝรั่งเศสไปสเปน ใช้เวลา 27 วัน ข้ามภูเขาสามลูก น้ำหนักลงไป 10 กิโล  เล็บเท้าหลุดไป 7 เล็บ

นอกจากการเดินเพื่อท้าทายตัวเองยังมีการระดมทุนช่วยเหลือการกุศลด้วยใช่ไหมครับ

การระดมทุนเป็นวัตถุประสงค์ที่ตามมาทีหลัง ตอนแรกผมแค่อยากจะเดินเพื่อท้าทายตัวเอง แล้วตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้พ่อเท่านั้น แต่บังเอิญปีนั้นเป็นปีที่โรตารีครบร้อยปี ผมในฐานะโรตาเรียนคนหนึ่งมีความรู้สึกว่าน่าจะใช้วาระพิเศษนี้ทำประโยชน์แก่ส่วนรวมด้วย ผมเลยตั้งโครงการผ่าตัดต้อกระจก หาเงินมาสนับสนุนมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชนขึ้น แล้วระดมทุนโดยให้เพื่อน ๆ ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการเดินของผม ตอนแรกตั้งเป้าเอาไว้ที่ 5 แสนบาทซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นค่ารักษาต้อกระจกให้กับคนยากจนได้ 100 คน สุดท้ายปรากฏว่า ได้เงินบริจาคมาเกือบ 3 ล้านบาท ถือว่าเกินคาดมาก และผมก็ยังระดมทุนเพื่อสานต่อโครงการผ่าตัดต้อกระจกมาจนถึงตอนนี้

การเดินเท้า 1,000 กิโลเมตร หรือ 1 ล้านก้าว ได้บอกอะไรกับชีวิตของคุณบ้างครับ

ผมได้รับบทเรียนดี ๆ มากมาย ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าไปกีดกั้นความสามารถของตัวเอง อย่ากลัว อย่าคิดว่าเราคงทำได้แค่นี้ ตอนแรกที่ตัดสินใจเดิน ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปตายระหว่างทางหรือเปล่าในขณะเดียวกันก็ไม่มีความกลัวว่าจะถูกปล้นถูกจี้เลย มีแต่ความรู้สึกว่าทุก ๆ วันคือการหาคำตอบบางอย่างให้ชีวิต

ผมพบว่าที่สุดแล้วถ้าคนเราอยากจะทำอะไรจริง ๆ ย่อมทำได้ วันหนึ่งเมื่อสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็จะเกิดพลัง ความภูมิใจ และความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง ซึ่งจะส่งผลให้การใช้ชีวิตทุกวันนับจากนั้นมีเป้าหมายและมีความหมาย นั่นคือซีเคร็ตที่อยู่ในตัวเรา ซึ่งผมได้ค้นพบจากการเดินครั้งนั้นขอเปลี่ยนมาเป็นเรื่องส่วนตัวบ้างนะครับ มองย้อนกลับมายังชีวิตวัยเด็ก

สิ่งที่ทำให้เด็กชายจุมพจน์มีความมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองมาจนถึงวันนี้คืออะไรครับ

สภาพแวดล้อมสำคัญมากครับคุณพ่อคุณแม่ผมให้ความสำคัญกับการศึกษามาก สำหรับคุณแม่นั้น เหตุจูงใจน่าจะมาจากการที่ตอนเด็ก ๆ ท่านเรียนดีมากแต่สุดท้ายก๋งไม่ให้เรียนต่อ เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิง คุณแม่จึงอยากให้ลูก ๆ เรียนสูง ๆ ส่วนคุณพ่อเองก็คอยเคี่ยวเข็ญให้พวกเราตั้งใจเรียน นอกจากนั้นครอบครัวอื่น ๆ ในละแวกบ้านส่วนมากจะสนับสนุนให้ลูก ๆ มีการศึกษากันทั้งนั้น เวลาอ่านหนังสือทีก็จะอ่านออกเสียงกันเจื้อยแจ้วได้ยินไปทุกบ้าน กลายเป็นแรงกระตุ้นซึ่งกันและกัน สภาพแวดล้อมทำให้ผมเป็นเด็กใฝ่เรียน สอบได้ที่ 1 มาตลอดตั้งแต่ป. 1 - ป. 7 ในขณะที่เพื่อน ๆ พี่ ๆ ในละแวกเดียวกันต่อมาก็ได้ดิบได้ดี เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี รองอธิบดี เป็นใหญ่เป็นโตกันหมด

ส่วนคุณก็มีโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยใช่ไหมครับ

ตอนเด็ก ๆ ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศหรอกนะครับ จนกระทั่งตอนมัธยม ผมได้เจอนักท่องเที่ยวชาวฮอลแลนด์คนหนึ่ง เขาเป็นผู้จุดประกายให้ผมเริ่มมีความคิดอยากจะออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ก่อนกลับเขามอบสมุดให้ผมเล่มหนึ่งแล้วบอกให้เขียนความฝันของตัวเองลงไป คืนนั้นผมตื่นเต้นมาก คิดทั้งคืนเลยว่าอยากเดินทางไปที่นั่นที่นี่ ความฝันนี้ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งตอนเข้ามาเรียนที่ธรรมศาสตร์ แล้วเห็นประกาศว่ามหาวิทยาลัยแบรนไดส์แจกทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีผมจึงรีบคว้าโอกาสนั้นไว้โดยไม่ลังเล

หากมองกลับไป วันนั้นถือเป็นพื้นฐานความสำเร็จอย่างหนึ่งของผมเลยก็ว่าได้หากลองไปอ่านเรื่องราวชีวิตของคนที่ประสบความสำเร็จ คุณจะพบว่า คนเหล่านั้นมีสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น นั่นคือ พวกเขามีความฝัน มีเป้าหมายในชีวิต แล้วพวกเขาก็ต้องหาวิธีการและลงมือทำอย่างเต็มที่เพื่อให้ฝันนั้นกลายเป็นจริงขึ้นมาให้ได้

ดูเหมือนคุณจะเป็นคนที่พุ่งเข้าหาเป้าหมายอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับ

ผมไม่เคยดูถูกตัวเองว่าทำไม่ได้รวมทั้งเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ถ้าสิ่งที่อยากทำไม่เดือดร้อนใครเป็นประโยชน์ และได้เรียนรู้ ผมไม่เคยกลัวอยากได้อะไรผมจะเดินเข้าไปเคาะประตูเสมอ ตอนที่ผมนั่งรถไฟจากหาดใหญ่ไปเรียนที่สงขลา หลังสถานีรถไฟมีห้องสมุดของสำนักงานข่าวสารอเมริกันอยู่ ผมก็เดินเข้าไปเคาะประตูขอฝรั่งอ่านหนังสือ ซึ่งเด็กคนอื่นไม่กล้าทำ หรือเมื่อต้องเดินทางไปอเมริกาคนเดียวตอนอายุ 18 ปี ผมมีเงินติดกระเป๋าไปแค่ 150 ดอลลาร์ และไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า

ความมั่นใจในตัวเองถือเป็นความได้เปรียบที่ติดตัวผมมาตลอด อย่างตอนเรียนจบ ผมอยากทำงานสหประชาชาติมากสิ่งที่ผมตัดสินใจทำคือ เขียนจดหมายไปหาวุฒิสมาชิกเอดเวิร์ด เคนเนดี (Edward Kennedy) ถามว่ามีอะไรให้ทำไหม ทั้งที่ท่านไม่มีทางรู้จักผมแน่ ๆ แต่ท่านน่ารักมากเขียนจดหมายกลับมาว่าไม่มี และแนะนำให้ไปติดต่อคนนั้นคนนี้ จนสุดท้ายผมได้ทำงานที่สหประชาชาติอย่างที่เคยฝันไว้จริง ๆ

พอได้ทำงานกับองค์การสหประชาชาติจริงๆ เป็นอย่างที่ฝันไว้ไหมครับ

สนุกมากครับ ผมได้ทำงานภาคสนามเยอะ งานแรกผมกับนักกฎหมายคนหนึ่งถูกส่งตัวไปที่ตำบลไม้รูด จังหวัดตราดงานของเราคือไปสังเกตการณ์ผู้อพยพเขมรจำนวน 1,500 คนที่ถูกส่งกลับประเทศ  รวมถึงการเก็บข้อมูลทำระเบียนผู้ที่จะอพยพไปยังประเทศที่สาม ผมต้องไปอยู่ในแคมป์ผู้อพยพได้พบปะผู้คนหลายรูปแบบ เหตุการณ์ที่สะเทือนใจมากคือตอนที่อยู่เขาอีด่าง ปัจจุบันคืออำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ผมรู้จักล่ามคนหนึ่ง เวลาทำงานเขาจะมานั่งประกบเราตลอดเวลา เพราะต้องคอยสื่อสารกับผู้อพยพ ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ผมจะซื้อข้าวไปกินกับเพื่อนร่วมงาน 5 - 6 ห่อ และแบ่งให้ล่ามด้วย ผมสังเกตว่าพอถึงเวลากินข้าวล่ามคนนี้จะหายตัวไปทุกที เราก็เอ๊ะ หายไปไหน วันหนึ่งผมลองตามไปดู ภาพที่เห็น คือ เขาเอาข้าวห่อหนึ่งที่เราให้ไปแบ่งกันกินกับลูกเมียและแม่ของเขาด้วย รวมแล้วข้าวหนึ่งห่อกินกัน 7 คน ได้กินแค่คนละ 2 คำเท่านั้น ภาพนั้นยังติดอยู่ในความทรงจำผมมาจนทุกวันนี้

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมไม่เคยลืมเลยก็คือ ตอนอยู่ที่ฮ่องกง มีผู้อพยพชาวเวียดนามเหนือคนหนึ่งขอให้ผมเป็นเจ้าภาพงานแต่งให้ ฝ่ายชายเกือบเจ็ดสิบแล้วนะครับ ส่วนฝ่ายหญิงนี่เจ็ดสิบกว่า เรื่องมีอยู่ว่า ตอนอายุยี่สิบกว่า ผู้ชายคนนี้ไปตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง แต่พ่อแม่เขาไม่อนุญาตให้แต่งงานกัน เพราะผู้หญิงเป็นชาวเวียดนามใต้ หลังจากที่อกหัก เขาบอกตัวเองว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงอื่นหลายสิบปีผ่านไปผู้ชายคนนี้ก็อพยพออกจากเวียดนามเหนือมาอยู่ฮ่องกง วันหนึ่งเขาไปเดินเล่นในตลาด แล้วได้เจอแม่ค้าขายผักคนหนึ่ง เขาจำได้ทันทีว่าเป็นเธอคนนั้น เลยถามไปว่า “ลานใช่ไหม” ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า “ใช่” เขาถามต่อว่า “ยังจำฉันได้ไหม” เธอตอบว่า “จำได้” หลังจากนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจจะใช้ชีวิตด้วยกัน ผมบังเอิญทำงานอยู่ที่นั่นพอดี เขาเลยขอให้เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวให้ เรื่องนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่น่ารักมาก ๆ

ได้เจอประสบการณ์ดีๆ มากมายอย่างนี้ ทำไมถึงตัดสินใจลาออกจากองค์การสหประชาชาติเสียล่ะครับ

ผมเริ่มคิดเรื่องการลาออกตอนที่กำลังจะถูกส่งตัวไปทำงานที่ประเทศซูดานช่วงนั้นมีสงครามกองโจรที่ซูดาน ใจหนึ่งผมอยากไปมาก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าเริ่มเหนื่อยกับงานที่อยู่กับเราแทบตลอดเวลา ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจัดการวุฒิภาวะทางอารมณ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเริ่มมองปัญหาทุกอย่างเป็นสถิติ มีคนตายเท่านี้คน ต้องส่งความช่วยเหลือไปเท่านี้อย่างซึ่งสำหรับผม ถ้าคุณมองทุกอย่างเป็นตัวเลขเมื่อไหร่ ถึงเวลาต้องพิจารณาตัวเองแล้ว

ผมให้เวลาตัวเองอยู่หนึ่งปี ระหว่างนั้นก็หาคำตอบว่า เราได้ทำงานในองค์การสห-ประชาชาติตามที่ฝันแล้ว แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ายังไม่พบคำตอบของชีวิตเสียที จนกระทั่งได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่อินเดีย วันนั้นมีเด็กคนหนึ่งมานั่งคุยกับเราอย่างมีไมตรีจิต ทั้ง ๆที่เขามีศพยายอยู่ข้าง ๆ และไม่มีเงินเผาศพยายด้วยซ้ำ แต่เขากลับดูนิ่งและเข้าใจความสูญเสียที่เกิดขึ้นมาก ตรงนั้นเองที่ทำให้ผมได้คำตอบว่า เรามีทุกอย่างแล้ว ทำไมถึงต้องมากังวลเศร้าสร้อยกับชีวิต ชีวิตคนเรามีอะไรท้าทายมากกว่าที่ทำอยู่นี้เยอะแยะถ้าเราอยากโต ต้องไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่พอคิดได้อย่างนั้น ผมกลับไปลาออกจากงาน

การต้องเปลี่ยนงานตอนอายุสามสิบกว่า ถือเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับคุณบ้างไหมครับ

ผมไม่กลัวเลยครับ ทั้งที่ตอนนั้นผมยังไม่มีเงินเก็บเยอะเท่าไหร่ด้วย ผมแค่รู้สึกว่าคนเราต้องมีทางเลือก แล้วถ้าจะไปก็ควรไปในช่วงที่พีคที่สุด อย่าไปในช่วงที่ถดถอย เพราะถ้าไปช่วงที่พีค คนจะคิดถึงเรา ถ้ามีปัญหาอะไร เราก็ยังกลับเข้ามาได้ตอนนั้นผมยังไม่มีครอบครัว ยังไม่มีลูกเลยรู้สึกมีอิสระ จะคิดทำอะไรก็ได้ หลังจากลาออก ผมกลับมาซื้อที่ดินทำโรงแรมร่วมกับหุ้นส่วนที่สมุย แต่พอเริ่มโครงการไปได้สักพักก็เริ่มเห็นว่า นั่นไม่ใช่วิถีชีวิตของเรา เลยตัดสินใจขายไป

คุณทำงานในต่างประเทศมานานพอกลับมา มีปัญหาในการร่วมงานกับคนไทยบ้างหรือเปล่าครับ

มีปัญหาอยู่บ้างเหมือนกันนะครับเพราะเรามีวิธีการคิดไม่เหมือนกัน แต่ผมไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาอะไรมากมาย ไม่ได้มองว่าเพื่อนร่วมงานไม่เก่งหรือเป็นตัวถ่วงผมมองว่านี่เป็นช่องทางในการกลับมาพัฒนาคนของเรามากกว่า เช่น การพัฒนาความคิดการบริหารตัวเอง และการทำงานให้เป็นการกลับมาเมืองไทยทำให้พบว่า สิ่งที่ผมขาดไปในการทำงานช่วงท้าย ๆ ที่สหประชาชาติคือ การพัฒนาเป้าประสงค์อย่างต่อเนื่องผมตัดสินใจศึกษาเรื่อง Leadership Management ซึ่งจะเปิดโลกทัศน์และสร้างทัศนคติใหม่ ๆ ให้ผมได้อย่างมีพลังรวมทั้งสร้างแรงจูงใจใหม่ ๆ ด้วย ผมสามารถมองภาพออกว่าช็อตต่อไปของชีวิตหรือการทำงานควรเป็นอะไร นั่นคือที่มาของบริษัทแอลเอ็มไอ [LMI - Leadership Management International (Thailand)] ซึ่งผมตั้งใจจะแบ่งปันเรื่องนี้กับคนอื่น ผมคิดว่าถ้าคนไทยรู้จักพัฒนาตนเองมากขึ้นคิดเป็นมากขึ้น วางแผนเป็น ตั้งเป้าให้สูงขึ้นมีการพัฒนาอย่างจริงจังต่อเนื่อง และตอบสนองวิสัยทัศน์ที่แท้จริงแล้ว ก็จะทำให้การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นที่ผ่านมาเรามักพัฒนาองค์กรโดยมุ่งเน้นแต่การทำกำไร โดยไม่คิดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนทำให้ผลที่ได้รับไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น

คุณทำงานหนักและเดินทางบ่อยมากมาตลอด มีปัญหาเรื่องการแบ่งเวลาไหมครับ 

ผมจัดเวลาเอาไว้แล้วว่าจะทำงานปีละ 9 เดือนเท่านั้น ทุก ๆ 3 เดือนผมจะเบรก พอมีลูก (ศริณ เชื้อสาย) ตารางชีวิตของผมก็จะวางตามตารางของลูกเป็นหลักลูกปิดเทอมเมื่อไหร่ ผมปิดเทอมด้วยถ้ามีงานเข้าในช่วงที่ลูกหยุด ผมจะบอกไปเลยว่าไม่ได้ มีภารกิจแล้ว (ยิ้ม) ส่วนเวลาที่เหลือจากนั้น ผมจะบริหารอย่างละเอียด และเข้มงวดกับการใช้เวลาในแต่ละวันมาก เพราะผมถือว่าถึงแม้เราจะหาเวลาเพิ่มเติมไม่ได้ แต่เราสามารถจัดการเวลาให้ดีได้ เหมือนมีเงินอยู่ไม่เยอะก็จริงแต่สามารถจัดสรรได้ว่าจะแบ่งเป็นค่าผ่อนรถ ค่าเช่าบ้านอย่างไร เวลาก็เหมือนกันเราต้องมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการจัดสรรเวลานั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมมีความสุขในการเดินทาง ผมมีความสุขกับการนั่งนิ่ง ๆ10 - 12 ชั่วโมง ได้อ่านหนังสือหรือดูหนังที่ไม่ค่อยได้ดู จากปกติที่ไม่เคยมีเวลาไปดูหนังเลย สำหรับคนอื่นอาจจะเหนื่อยกับการเดินทางนาน ๆ แต่สำหรับผมมันเหมือนการได้พักมากกว่า

คุณเลี้ยงลูกแบบไหนครับ ปลูกฝังให้ลูกชายมีความมุ่งมั่นเหมือนพ่อหรือเปล่า

ผมเลี้ยงลูกแบบ Single Parent จึงต้องคิดเสมอว่า จะทำอย่างไรให้เขาเติบโตแล้วสามารถช่วยตัวเองได้ โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรไป ผมมองว่าเด็กไทยยังขาดความรับผิดชอบอยู่เยอะ จึงให้ลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนประจำในต่างประเทศเพราะที่นั่นมีกฎ มีข้อจำกัดในหลายเรื่องทำให้เขาต้องเรียนรู้ ต้องต่อสู้เอาตัวรอดและรู้จักการอยู่ในชุมชนที่มีกฎเกณฑ์และวินัย ในความคิดของผม อนาคตคนเราต้องต่อสู้มากขึ้น เงื่อนไขในชีวิตจะยากเย็นขึ้นในขณะที่มีโอกาสน้อยลง ดังนั้น การจะประสบความสำเร็จได้จึงต้องอาศัยความฉับไวความสามารถในการตัดสินใจ ความอึดความรอบรู้ และต้องมีองค์ความรู้สำคัญที่จะมาฟาดฟันกัน อะไรที่เราปลูกฝังให้เขาตอนนี้ได้ ผมก็อยากทำให้ได้มากที่สุดครับ

ลูกทำให้ชีวิตผมมีความหมายมากขึ้นทำให้เรารู้สึกว่าการเป็นพ่อแม่เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะการทำให้เขารู้จักคิด เอาตัวรอดและประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วย ผมมีความสุขมากกับการได้เป็นพ่อ ทุกวันนี้ผมบอกลูกเสมอว่า ไม่มีความสุขไหนของพ่อแม่ที่จะมากไปกว่าการได้เห็นลูกประสบความสำเร็จ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับว่า เขาภูมิใจกับความสำเร็จเหล่านั้นไหม ผมเทรนซีอีโอมาหลายบริษัทนะครับ แต่ยอมรับเลยว่าเทรนลูกนี่แหละ…ยากที่สุด

ทุ่มเทให้กับงานและลูกชายเป็นหลักแบบนี้ มีเวลาสำหรับเรื่องส่วนตัวบ้างไหมครับ

จะถามเรื่องความรักใช่ไหม…ความจริงผมเป็นคนนิยมความรักมากนะ ผมเชื่อว่าความรักเป็นตัวขับเคลื่อนที่มีพลังมาก ทำให้คนเรามีความกล้า จะทำอะไรได้มากกว่าปกติแต่ด้วยความที่ผมไม่มีชีวิตคู่ เลยค่อนข้างมีข้อจำกัดในชีวิตอยู่บ้าง ถามว่าเหงาไหม…เหงา แต่ผมทดแทนด้วยการเดินทาง เสาะแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่รวมทั้งมีความสุขกับการปลีกวิเวกด้วย

ผมมองว่าตัวเองเป็นคนสุขง่ายแล้วก็ทุกข์ง่าย ที่ว่าสุขง่ายคือ สามารถรับอะไรได้ง่าย ในขณะเดียวกันด้วยการรับได้ง่ายนี่แหละก็ทำให้เกิดการกระทบได้ง่ายเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะสุขโดยที่ไม่ทุกข์เลย ผมคิดว่านี่คือความเป็นมนุษย์ผมมีทั้งสองด้านอยู่ในตัวเอง คือพึงพอใจในความสุขที่มี ขณะเดียวกันก็ไม่รังเกียจที่จะทุกข์ ถ้าถามความพิเศษในตัวผมก็คือการอยู่กับสองขั้วตรงข้ามนี้ได้โดยไม่รู้สึกขัดแย้ง

พูดถึงเรื่องความทุกข์ ขอถามเรื่องศาสนาบ้างนะครับ คุณให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แค่ไหนครับ

ศาสนามีอิทธิพลกับชีวิตผมมากครับเพราะหลักธรรมในพุทธศาสนาทำให้เรามีที่ไปเวลาที่เราเครียดหรือเป็นทุกข์ ซึ่งต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ผมที่ปลูกฝังให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีมาตั้งแต่เล็ก ๆ ตอนเด็ก ๆ ต้องตื่นตีห้ามาใส่บาตรแล้วไปวัดกับพ่อแม่ น่าเสียดายที่กิจกรรมแบบนี้ขาดหายไปในสังคมปัจจุบัน ผมเองแม้ไม่ได้ปลูกฝังเรื่องศาสนากับลูกเคร่งครัดนักแต่ก็เชื่อว่าพื้นฐานเรื่องพุทธศึกษาจะทำให้เด็กเติบโตเป็นคนดี ผมให้เขาเรียนที่โรงเรียนทอสีตอนเด็ก ๆ และเชื่อว่าเขาจะมีพัฒนาการทางพุทธศาสนาที่ดี ไม่อย่างนั้นแผนการที่เขาเคยกำหนดไว้ว่าจะบวช 2 สัปดาห์คงไม่ถูกขยายเป็น 2 เดือนแน่ ผมในฐานะพ่อก็อนุโมทนากับเขาด้วย (ยิ้ม)

คุณผ่านความสำเร็จมาแทบทุกรูปแบบแล้ว ตอนนี้ยังตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ให้กับตัวเองบ้างไหมครับ

เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลง เป้าหมายคนเราก็ย่อมมีเปลี่ยนไปเป็นธรรมดานะครับตอนอายุน้อยกว่านี้ผมก็มีเป้าหมายอยากก่อร่างสร้างตัว แต่ถึงตอนนี้ผมตั้งปณิธานกับตัวเองตั้งแต่อายุ 50 แล้วว่า ทุกปีผมจะต้องทำเรื่องที่ไม่เคยทำ 1 เรื่อง ตอนอายุ 50ผมเดินเท้าข้ามพรมแดนฝรั่งเศส ปีต่อมาผมเริ่มเรียนเปียโน ส่วนปีที่แล้วผมกับลูกก็ออกเดินจากเกียวโตไปนะระด้วยกัน ชีวิตผมมีเป้าหมายแบบนี้ทุกปี

ถึงวันนี้ ความสำเร็จในมุมมองของจุมพจน์ เชื้อสาย มีหน้าตาเป็นอย่างไรครับ

หลายคนมองว่าการได้เป็นเจ้าของชาโตเป็นมาตรวัดความสำเร็จของผม แต่ในความคิดของผม ชาโตไม่ได้เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จ ตรงข้าม กลับเป็นข้อจำกัดด้วยซ้ำ ชาโตเป็นแค่เพียงทางผ่านที่ทำให้เส้นทางชีวิตดูมีสีสันขึ้นมาหน่อยเท่านั้นเองผมภูมิใจมากที่เติบโตมาจากครอบครัวธรรมดาแต่มีโอกาสได้ทำงานในระดับนานาชาติได้พบคนสำคัญของโลก ส่วนงานในบริษัทก็ทำให้ผมมีโอกาสได้ทำให้คนใช้ศักยภาพของชีวิตตัวเองอย่างเต็มที่ และที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ การได้เป็นลูกศิษย์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯสมัยทรงสอนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ พระองค์มีพระเมตตาต่อผมมาตั้งแต่ตอนนั้น ผมจึงภูมิใจมากที่ได้ถวายงานท่านในหลาย ๆโอกาส รวมถึงการเป็นเลขาธิการทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯมาจนทุกวันนี้ด้วย นี่ต่างหากที่เป็นความสำเร็จที่แท้จริงในชีวิตผม

สิ่งที่ผมอยากฝากไว้ก็คือ คนเราล้วนมีพลังในตัวเองอยู่แล้ว ขอเพียงรู้จักตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ให้ชีวิต และพยายามทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ มีวินัย และอย่าผัดวันประกันพรุ่ง อาจเริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่ยากเกินไป เช่น ออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ถ้าทำได้ เราก็จะรู้สึกมีพลังเพิ่มขึ้น การบรรลุเป้าหมายใหม่ ๆถือเป็นการค่อย ๆ สะสมพลังให้กับชีวิตนอกจากนั้นก็ต้องมีมโนภาพที่ดีกับตัวเองตื่นเช้ามาให้ตั้งปณิธานว่า วันนี้ฉันสุขภาพดีฉันมีความสุขกับชีวิต ให้ความรักแก่ตัวเองและคนอื่น เป็นผู้ให้และผู้รับที่ดีเท่านี้ชีวิตก็มีความสุขแล้วครับ

Secret Box

ถ้าสิ่งที่อยากทำไม่เดือดร้อนใคร อย่าไปกลัว

อยากได้โอกาสอะไรให้เดินเข้าไปเคาะประตูเสมอ

จุมพจน์ เชื้อสาย

5 คำแนะนำปลูก “สวนระเบียง” แปลงผักย่อมๆ ของมนุษย์คอนโด

5 คำแนะนำปลูก “สวนระเบียง” แปลงผักย่อมๆ ของมนุษย์คอนโด

การปลูกผักไว้กินเองกลายเป็นกระแสนิยมสำหรับคนรักสุขภาพ แต่คนเมืองหรือคนที่พักอยู่ตามคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ที่มีพื้นที่แคบและจำกัดนั้นการปลูกผักไว้ทานเองกลายเป็นเรื่องยาก จึงนำไอเดีย “สวนภาชนะ” มาแนะนำ ซึ่งเหมาะกับคนรักสุขภาพที่อยากมีผักไว้ทาน ว่าแต่การปลูกสวนภาชนะนั้นต้องเริ่มต้นอย่างไร

1.เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เมื่อคิดจะทำสวนระเบียงต้องเตรียมของให้พร้อมก่อนเช่นภาชนะที่ต้องการนำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำ กระป๋อง หม้อเก่า แต่อยากแนะนำให้ใช้พลาสติกเนื่องจากมีน้ำหนักเบา ฯลฯ นอกจากนั้นต้องมีช้อนพรวน ส้อมพรวน ถุงมือ ฝักบัวรดน้ำ ฯลฯ

2.ผักที่ปลูกควรเป็นผักที่เราชอบทาน เช่นคะน้า ผักบุ้ง ผักสลัด รวมทั้งยังมีพวกกะเพรา พริก ฯลฯ

3.ตำแหน่งที่ระเบียงคอนโดมิเนียมที่เหมาะสมคือตำแหน่งที่มีแสงแดดส่องถึง แต่ควรละเว้นพื้นที่ๆ เข้าถึงได้ยาก เนื่องจากบริเวณคอนโดมิเนียมมักเป็นที่ตั้งของราวตากผ้า คอมเพรสเซอร์แอร์ ฯลฯ

4.ควรรู้ว่าพืชที่ปลูกนั้นเหมาะกับสภาพแสง หรืออากาศแบบใด เพราะพืชบางชนิดต้องการแดดน้อย แต่บางชนิดต้องการแดดมาก

5.เพิ่มการระบายน้ำให้กับต้นไม้ การระบายน้ำได้น้อยเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นไม้ตาย ดังนั้นหากภาชนะที่คุณเลือกใช้ระบายน้ำได้ไม่ดีนัก คุณอาจเพิ่มรูหรือเจาะช่องเพิ่มการระบายน้ำให้ได้มากขึ้น

ทอม ครูซ กลับมาระห่ำใน Jack Reacher: Never Go Back

ทอม ครูซ กลับมารับบทนำในภาพยนตร์ Jack Reacher: Never Go Back ยอดคนสืบระห่ำ 2 โดยได้เอ็ดเวิร์ด ซวิค (จาก The Last Samurai และ Blood Diamond) รับหน้าที่ผู้กำกับ

Jack Reacher: Never Go Back ยอดคนสืบระห่ำ 2 ซึ่งเป็นภาคต่อของ Jack Reacher สร้างจากบทประพันธ์ของลี ไชลด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือระดับเบสต์เซลเลอร์ ในซีรี่ย์ Jack Reacher

นอกเหนือจาก ทอม ครูซ ที่มารับบทนำของภาพยนตร์ ยังได้ โคบี้ สมัลเดอร์ส (จาก How I Met Your Mother และ Avengers: Age Of Ultron), ดานิต้า ยาโรช (จาก Heroes Reborn และ Shameless) ออสติน เฮเบิร์ต (จาก Bonnie and Clyde) แพทริค ฮิวซิงเกอร์ (จาก Quantum Break และ Girlfriend’s Guide To Divorce), อัลดิส ฮ็อดจ์ (จาก Straight Outta Compton และ A Good Day To Die Hard) และ โฮลท์ แม็คคัลลานี (จาก Blue Blood และ Gangster Squad)

ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในไทย 20 ตุลาคม นี้

ตัวอย่างภาพยนตร์ Jack Reacher: Never Go Back